🤖 EP.3 | ผมไม่ได้เลิกใช้ Claude แต่ผมเลิกให้ Claude แบกทั้งร…
🤖 EP.3 | ผมไม่ได้เลิกใช้ Claude แต่ผมเลิกให้ Claude แบกทั้งระบบคนเดียว
(ต่อจาก EP.1 เรื่อง Agent Skills + Safety Stack และ EP.2 เรื่อง Tools + Guardrails นะครับ)
ช่วงหนึ่งผมใช้ Claude หนักมาก
หนักจนรู้สึกว่า ถ้างานไหนคิดไม่ออก = โยนให้ Claude ก่อน
ค้นข้อมูล ให้ Claude อ่าน docs ให้ Claude สรุป release note ให้ Claude วิเคราะห์ ให้ Claude เขียนโพสต์ ให้ Claude ตรวจงาน ให้ Claude
พูดตรง ๆ คือผลลัพธ์ดีครับ โดยเฉพาะ Claude Opus 4.7 ต้องยอมรับว่าเก่งจริง
งานคิดลึก งานวิเคราะห์ งานตรวจตรรกะ งาน final output ทำได้ดีมาก
แต่พอใช้หนักขึ้นเรื่อย ๆ ผมเริ่มเจอปัญหา 2 อย่างที่ทำให้ต้องหยุดคิดใหม่
━━━━━━━━━━━━━━
- ปัญหาแรก — ลิมิตหมดไว
พองานเริ่มจริงจัง ผมให้ AI อ่านข้อมูลดิบหลายชุด สรุปหลายรอบ จัดหมวด แยกประเด็น ดึง key point แล้วค่อยวิเคราะห์ต่อ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
ลิมิตหายไวมาก
ทั้งที่พอมานั่งดูจริง ๆ งานหลายอย่างไม่ได้จำเป็นต้องใช้ Claude ตั้งแต่แรกเลย
เช่น
อ่านข้อมูลดิบ สรุปเบื้องต้น ทำ tag จัด note แยกหัวข้อ ดึง keyword
งานพวกนี้สำคัญนะครับ แต่ไม่จำเป็นต้องให้โมเดลตัวท็อปลงมาทำทุกครั้ง
มันเหมือนเอาหัวหน้าทีมที่คิดเก่งที่สุด ไปนั่งถ่ายเอกสารทั้งวัน
━━━━━━━━━━━━━━
- ปัญหาที่สอง — ข้อมูลหายไปกับ session
อันนี้สำหรับผมเจ็บกว่าเรื่องลิมิตอีก
หลายครั้ง AI ช่วยค้นข้อมูลไว้ดีมาก มี source มีลิงก์ มีประเด็นที่น่าต่อยอด มีมุมที่เอาไปทำคอนเทนต์ได้เลย
แต่พอผ่านไปอีกวันจะกลับมาทำต่อ
ผมต้องเริ่มใหม่หมด
ถามใหม่ ค้นใหม่ สรุปใหม่ เสียเวลาใหม่ เสีย token ใหม่
จนผมเริ่มรู้สึกว่า
ปัญหาจริง ๆ อาจไม่ใช่ AI ไม่ฉลาดพอ แต่เป็นเพราะ ผมยังไม่มีระบบเก็บความรู้ที่ดีพอ
AI เก่งมากก็จริง แต่ถ้าทุกอย่างหายไปกับ session มันก็เหมือนเรามีผู้ช่วยที่เก่ง แต่ความจำหายทุกวัน
━━━━━━━━━━━━━━
ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมเริ่มมอง Multi-Agent ใหม่
ไม่ใช่ในมุมว่า “อยากมี AI หลายตัวแล้วดูเท่”
แต่เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า
งานแต่ละแบบ ควรให้ใครทำ?
เพราะในการทำงานจริง เราไม่ให้คนคนเดียวเป็นทุกอย่างอยู่แล้ว
คนหนึ่งคุมงาน คนหนึ่งหาข้อมูล คนหนึ่งจัดเอกสาร คนหนึ่งสรุป คนหนึ่งตรวจงาน แล้วสุดท้ายยังต้องมีคนตัดสินใจ
ถ้าทีมมนุษย์ยังแบ่งหน้าที่ ทีม AI ก็ควรแบ่งหน้าที่เหมือนกัน
━━━━━━━━━━━━━━
ผมเลยเริ่มจัด workflow ใหม่จากของที่มีอยู่ 🦞 OpenClaw = Operator
เอาไว้คุม workflow แยก workspace กระจายงาน รับคำสั่งจากมือถือ และทำให้หลาย agent ไม่กระจัดกระจาย
🧪 Hermes = Research Worker
เอาไว้อ่าน docs ไล่ repo สรุป source แยก key point เตรียมวัตถุดิบก่อนส่งต่อ
🏠 Ollama / Local Model = Routine Worker
เอาไว้ทำงานรูทีนต้นทุนต่ำ เช่น ทำ tag จัดหมวด สรุปเบื้องต้น ดึง keyword จัด note เตรียม draft แรก
🗂 Obsidian + LLM Wiki = Knowledge Base
อันนี้คือ “สมองกลาง” เก็บ source เก็บวันที่ เก็บ tag เก็บสรุป เก็บข้อสังเกต เก็บคำถามที่ต้องตามต่อ
เพื่อให้ความรู้ไม่หายไปกับแค่ session เดียว
🧠 Claude = Reasoning Lead
พอข้อมูลถูกจัดระบบมาแล้ว ค่อยให้ Claude เข้ามาตรวจตรรกะ วิเคราะห์ภาพรวม เช็กความน่าเชื่อถือ และทำ final output
👤 Human = Final Decision
สุดท้ายยังต้องมีคนเลือกอยู่ดีว่า
อะไรควรเชื่อ อะไรควรใช้ อะไรควรเผยแพร่
━━━━━━━━━━━━━━
พอจัดแบบนี้ บทบาทของ Claude เปลี่ยนไปเลย
จากเดิมที่เป็น
“ช่วยทำทุกอย่างให้หน่อย”
กลายเป็น
“ช่วยตรวจว่าของที่ทีมเตรียมมานี้ คิดถูกไหม?”
Claude เลยไม่ต้องอ่านข้อมูลดิบทั้งหมดเอง แต่ได้อ่านข้อมูลที่ผ่านการจัดระบบมาแล้ว
มี source มี tag มี context มีประเด็นที่ควรตรวจต่อ
แบบนี้ผมรู้สึกว่าใช้ Claude คุ้มกว่าเดิมมาก
เพราะเอาความเก่งของมันไปใช้กับงานที่ควรใช้จริง ๆ ไม่ใช่เอาไปแบกทุกอย่างตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ━━━━━━━━━━━━━━ มีประโยคหนึ่งของ Karpathy ที่ผมชอบมาก
“Obsidian is the IDE, the LLM is the programmer, the wiki is the codebase”
ผมว่าประโยคนี้อธิบายแนวคิดนี้ได้ดีมาก
แทนที่จะให้ LLM ค้นข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่ถาม เรากลับให้มันช่วยสร้างและดูแล wiki ที่สะสมความรู้ได้เรื่อย ๆ
ความรู้เลยไม่เริ่มจากศูนย์ทุก session
แต่มัน compound ขึ้นเรื่อย ๆ
━━━━━━━━━━━━━━
แต่จุดสำคัญคือ Obsidian ต้อง “มีโครงสร้าง”
ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นแค่กองโน้ตอีกกองหนึ่ง
สำหรับผม ถ้าจะใช้ Obsidian + LLM Wiki ให้เวิร์ก อย่างน้อยแต่ละ note ควรมีพวกนี้
Source วันที่ สรุปสั้น Tag สิ่งที่ยังไม่แน่ใจ คำถามที่ควรถามต่อ
เพราะถ้าไม่มี structure สุดท้ายข้อมูลจะเยอะก็จริง แต่ใช้ยาก และเชื่อยาก
━━━━━━━━━━━━━━
สิ่งที่ผมเริ่มเรียนรู้จาก workflow นี้
Multi-Agent ที่ดี ไม่ใช่แค่มี AI หลายตัวแล้วจบ
แต่มันต้องมี
บทบาทที่ชัด ที่เก็บความรู้ที่ดี source ที่ย้อนกลับได้ การตรวจซ้ำ guardrails และมีมนุษย์คุมจุดสำคัญ
Claude ยังเป็นตัวสำคัญมากใน workflow นี้นะครับ
ผมไม่ได้เลิกใช้ Claude
ผมแค่เลิกให้ Claude แบกทุกอย่างคนเดียว
━━━━━━━━━━━━━━
สรุปสั้น ๆ แบบจำง่าย
OpenClaw คุมงาน Hermes หาและจัดข้อมูล Ollama / Local Model ทำงานรูทีน Obsidian + LLM Wiki เก็บเป็นสมองกลาง Claude คิดลึกและตรวจงาน มนุษย์ตัดสินใจสุดท้าย
━━━━━━━━━━━━━━
สิ่งที่ได้จากระบบแบบนี้
✅ ลด token แพง เพราะไม่ต้องส่งข้อมูลดิบทั้งหมดเข้า Claude
✅ ลด context ล้น เพราะข้อมูลถูกย่อยก่อน
✅ ลดงานซ้ำ เพราะความรู้ไม่หายไปกับ session
✅ ใช้ Claude คุ้มขึ้น เพราะเอาไว้ทำงาน reasoning จริง ๆ
✅ workflow ยั่งยืนกว่าเดิม เพราะไม่ได้ฝากทุกอย่างไว้กับ AI ตัวเดียว
━━━━━━━━━━━━━━
สุดท้ายผมคิดว่า
ระบบ AI ที่ดีไม่ได้วัดแค่ว่าเราใช้โมเดลที่ฉลาดที่สุดหรือเปล่า แต่วัดว่า เราออกแบบทีมให้มันทำงานร่วมกันได้ดีแค่ไหน
และประโยคที่ผมอยากฝากไว้สำหรับ EP นี้คือ
Claude เก่งมาก แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ต้องให้มันทำทุกอย่าง
ใครกำลังลองทำ Multi-Agent, Obsidian, LLM Wiki หรือ workflow แนวผู้ช่วยวิจัยอยู่บ้างครับ?
คอมเมนต์มาแลกเปลี่ยนกันได้เลย 👇
#MultiAgent #Claude #Hermes #OpenClaw #Obsidian #Claude #Hermes #OpenClaw #Obsidian #Claude #Hermes #OpenClaw #Obsidian #LLMWiki #Ollama #AIAgent #SynapTech
📖 อ่านบทความเต็มบน Facebook | 🔔 ติดตาม SynapTech
รับข่าว AI และบทความใหม่ก่อนผู้อื่น ส่งตรงถึง inbox
บทความแนะนำ
ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้
กดติดตาม SynapTech บน Facebook