กลับไปบทความทั้งหมด
Hermes Agent อัปเดตใหม่ v0.12.0
AI 2 พฤษภาคม 2569 อ่าน 5 นาที

Hermes Agent อัปเดตใหม่ v0.12.0

🚀 Hermes Agent อัปเดตใหม่ v0.12.0 รอบนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มฟีเจอร์ แต่มันเริ่มกลายเป็น Agent ที่ “ดูแลตัวเอง” ได้มากขึ้น

รอบนี้ Hermes Agent ปล่อยอัปเดตใหม่ครับ

เวอร์ชัน v0.12.0 ชื่อรอบนี้คือ The Curator release

และผมว่าคำว่า Curator น่าสนใจมาก

เพราะที่ผ่านมา ปัญหาของคนใช้ AI Agent ไม่ใช่แค่ “Agent ทำงานได้ไหม”

แต่คือ

พอใช้ไปนาน ๆ skill เยอะขึ้น memory เยอะขึ้น workflow เยอะขึ้น plugin เยอะขึ้น integration เยอะขึ้น

สุดท้าย Agent อาจไม่ได้ฉลาดขึ้นอย่างเดียว แต่มันเริ่ม “รก” ขึ้นด้วย

เหมือนคอมเราที่ลงโปรแกรมไว้เต็มเครื่อง ตอนแรกดูเก่ง แต่ผ่านไปสักพักเริ่มไม่รู้ว่าอะไรจำเป็น อะไรซ้ำ อะไรไม่ได้ใช้ อะไรควรเก็บ อะไรควรลบทิ้ง

รอบนี้ Hermes เลยเริ่มแก้ปัญหานี้โดยตรง

จุดใหญ่ที่สุดของรอบนี้คือ Autonomous Curator

Hermes เพิ่มระบบที่ชื่อว่า Autonomous Curator

พูดง่าย ๆ คือ เหมือนมีผู้ช่วยหลังบ้านคอยดูแลคลัง Skills ให้เรา

มันไม่ได้แค่รอให้เราสั่ง แต่มันสามารถทำงานเป็นรอบ ๆ ได้เอง

เช่น

ตรวจว่า skill ไหนถูกใช้บ่อย skill ไหนแทบไม่ได้ใช้ skill ไหนซ้ำกับ skill อื่น skill ไหนควรถูกรวม skill ไหนควรถูก prune ออก แล้วสร้างรายงานการจัดการ skill ให้ดู

นี่คือจุดที่ผมว่าน่าสนใจมาก

เพราะ AI Agent ยุคแรก ๆ เรามักคิดว่า “ยิ่งลง skill เยอะ ยิ่งเก่ง”

แต่ความจริงอาจไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป

ถ้า skill เยอะเกินไป context เยอะเกินไป คำสั่งซ้ำกัน workflow ทับกัน Agent อาจเริ่มเลือกทางผิด หรือทำงานมั่วกว่าเดิมได้เหมือนกัน

รอบนี้ Hermes เลยเริ่มเปลี่ยนแนวคิดจาก “ให้คนดูแล Agent ตลอดเวลา”

ไปเป็น

“ให้ Agent ช่วยดูแลตัวเองด้วย”

นี่แหละครับ ทิศทางที่น่าสนใจของ AI Agent ยุคต่อไป

ไม่ใช่แค่ทำงานแทนเรา แต่ต้องเริ่มจัดการความสามารถของตัวเองให้เป็นด้วย

Self-improvement loop ก็ถูกอัปเกรดใหญ่

อีกจุดที่สำคัญคือระบบ self-improvement loop

ก่อนหน้านี้ Hermes มีแนวคิดว่า หลังจากทำงานเสร็จ Agent ควรดูว่าอะไรควรถูกบันทึก อะไรควรกลายเป็น memory อะไรควรถูกเอาไปอัปเดต skill

แต่รอบนี้ระบบนี้ถูกทำให้เป็นโครงสร้างมากขึ้น

แทนที่จะปล่อยให้ตัดสินแบบ free-form รอบนี้มันเริ่มมี rubric / class-based มากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ มันไม่ได้จำมั่ว ๆ ไม่ได้อัปเดตมั่ว ๆ แต่มีเกณฑ์มากขึ้นว่าอะไรควรถูกเก็บ อะไรควรถูกอัปเดต และควรอัปเดตตรงไหน

ตรงนี้สำคัญมากสำหรับคนใช้ Agent ทำงานจริง

เพราะ Agent ที่ดีไม่ใช่แค่ตอบเก่งในแชตเดียว แต่ควรเรียนรู้จากงานเดิมได้ จำ workflow ที่เราใช้บ่อยได้ และไม่ทำให้ memory / skill กลายเป็นกองขยะดิจิทัล

Skill Integrations รอบนี้ขยายหนักมาก

รอบนี้ Hermes ไม่ได้อัปเดตแค่แกนหลัก แต่ขยาย integration กับสาย creative / workflow เยอะมาก

ของที่น่าสนใจ เช่น

ComfyUI จากเดิมเป็น optional รอบนี้ถูกดันมาเป็น built-in default แล้ว

สำหรับสายทำภาพ / workflow image generation ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะ ComfyUI เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สาย AI image ใช้กันจริงจัง การที่ Agent มี integration แบบนี้ทำให้ workflow เริ่มลึกขึ้นกว่าแค่ “พิมพ์ prompt แล้วรอภาพ”

TouchDesigner-MCP ถูก bundle มาให้เช่นกัน เหมาะกับสาย visual, interactive media, generative art, live visuals หรือคนที่อยากให้ Agent เข้าไปช่วยกับงาน creative system มากขึ้น

Humanizer skill อันนี้น่าสนใจสำหรับสายคอนเทนต์ เพราะเป็น skill ที่ช่วยจัดข้อความให้ลดกลิ่น AI ลดคำฟุ่มเฟือย ลดสำนวนที่อ่านแล้วรู้ทันทีว่า “AI เขียน”

สำหรับคนทำเพจ ทำบทความ ทำสคริปต์ ตัวนี้น่าจับตา

LM Studio กลายเป็น Provider แบบจริงจังแล้ว

อีกจุดที่น่าสนใจคือ LM Studio

ก่อนหน้านี้หลายคนใช้ LM Studio เป็นทางผ่านสำหรับรันโมเดล local หรือใช้เป็น endpoint แบบ custom

แต่รอบนี้ Hermes ยกระดับให้ LM Studio เป็น provider แบบ first-class แล้ว

มีระบบ auth มี doctor check มี reasoning transport และ list model ได้

แปลเป็นภาษาคนคือ ถ้าคุณเป็นสาย local model อยากรันโมเดลเองในเครื่อง แล้วให้ Hermes ไปคุยกับโมเดล local ผ่าน LM Studio

รอบนี้ประสบการณ์น่าจะดีขึ้นมาก

นี่เป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับคนที่ไม่อยากพึ่ง cloud อย่างเดียว หรืออยากทำ workflow บางอย่างในเครื่องตัวเอง

Provider ใหม่เพิ่มอีก 4 ตัว

รอบนี้ Hermes เพิ่ม inference provider ใหม่อีกหลายตัว เช่น

GMI Cloud Azure AI Foundry MiniMax OAuth Tencent Tokenhub

จุดนี้สะท้อนว่า Hermes กำลังพยายามไม่ล็อกตัวเองกับ provider เดียว

เพราะโลกของ AI Agent ตอนนี้เปลี่ยนเร็วมาก บางงานเหมาะกับ OpenAI บางงานเหมาะกับ Anthropic บางงานเหมาะกับ local model บางงานอยากใช้ provider ฝั่งจีน บางงานอยากต่อกับ enterprise cloud

Agent ที่ดีในอนาคตอาจไม่ได้เก่งเพราะใช้โมเดลเดียว แต่อาจเก่งเพราะเลือกโมเดล / provider ให้เหมาะกับงานได้

Gateway เริ่มเป็น Plugin Host มากขึ้น

อีกส่วนที่ผมว่าสำคัญคือ Gateway

รอบนี้ Hermes gateway เริ่มขยับไปเป็น plugin host มากขึ้น หมายความว่า messaging platform หรือ adapter ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องอัดอยู่ใน core ทั้งหมด

และรอบนี้มี Microsoft Teams ผ่าน plugin ด้วย

ถ้ามองในมุมคนทำงานองค์กร นี่สำคัญมาก

เพราะ AI Agent ไม่ควรอยู่แค่ใน terminal ไม่ควรอยู่แค่ใน Discord ไม่ควรอยู่แค่ใน Telegram

แต่มันควรไปอยู่ในที่ที่ทีมทำงานจริง

เช่น Slack Teams Email Discord Telegram หรือช่องทางอื่น ๆ

ยิ่ง Agent เข้าไปอยู่ใน workflow จริงได้มากเท่าไร มันก็ยิ่งมีโอกาสกลายเป็น “ผู้ช่วยประจำทีม” มากขึ้นเท่านั้น

Spotify + Google Meet ก็มา

รอบนี้มี integration ที่ดูแปลก แต่น่าสนใจมากคือ

Spotify Hermes มี tools สำหรับ play, search, queue, playlist, devices พร้อม OAuth และ setup wizard

ส่วน Google Meet plugin รองรับแนว join calls, transcribe, speak, follow up

อันนี้ถ้ามองผิวเผินอาจดูเหมือนของเล่น แต่จริง ๆ มันบอกทิศทางของ Agent ชัดมาก

AI Agent ไม่ได้จะอยู่แค่ในช่องแชต แต่มันจะเริ่มเข้าไปอยู่ใน meeting เข้าไปอยู่ใน media workflow เข้าไปอยู่ในงานหลังบ้าน เข้าไปช่วย follow up หลังประชุม เข้าไปจัดการ action items เข้าไปสรุปและส่งต่อข้อมูลให้ทีม

นี่คือทิศทางที่หลายบริษัทกำลังไป

Agent ไม่ใช่ chatbot แต่คือ worker ที่เชื่อมกับเครื่องมือรอบตัวเรา

มี one-shot mode และ update check แล้ว

รอบนี้เพิ่มของที่คนใช้ terminal น่าจะชอบมาก

คือ

hermes -z ""

เป็น one-shot mode ใช้สั่งงานแบบไม่ต้องเข้า interactive session

เช่นอยากให้ Hermes ทำอะไรสั้น ๆ ยิงคำสั่งครั้งเดียวแล้วจบ

และมี

hermes update —check

เอาไว้เช็กก่อนว่าเราตามหลังเวอร์ชันล่าสุดไหม โดยยังไม่ pull อะไรลงเครื่อง

อันนี้ดีมากสำหรับคนที่ชอบเช็กก่อนอัปเดต หรือใครที่ทำ script / cron / workflow อัตโนมัติ

ส่วนอัปเดตจริงใช้

hermes update

ตามเอกสารทางการ คำสั่งนี้จะ pull code ล่าสุด, อัปเดต dependencies, ตรวจ config ใหม่ และ restart gateway ให้ถ้ารันอยู่

Dashboard และ Model Management ก็ดีขึ้น

รอบนี้เพิ่ม Models dashboard tab และสามารถจัดการ model config จาก browser ได้มากขึ้น

แปลว่า Hermes ไม่ได้บังคับให้ทุกอย่างต้องอยู่ใน terminal อย่างเดียว

สำหรับมือใหม่ นี่เป็นเรื่องดี

เพราะ AI Agent หลายตัวเก่งมาก แต่กำแพงใหญ่คือใช้งานยาก ต้องจำคำสั่ง ต้องแก้ config ต้องเปิด terminal ตลอด

ถ้า dashboard ทำได้ดีขึ้น คนทั่วไปจะเริ่มเข้าถึง Agent workflow ได้ง่ายขึ้น

Performance ก็ดีขึ้น

Release note ระบุว่ารอบนี้ visible TUI cold start ลดลงประมาณ 57%

อันนี้สำคัญกว่าที่คิด

เพราะ Agent ที่เปิดช้า ตอบสนองช้า หรือเริ่ม session แล้วหน่วง จะทำให้คนไม่อยากใช้จริงทุกวัน

AI Agent ที่ดีไม่ควรแค่เก่ง แต่ต้อง “หยิบมาใช้ได้เร็ว”

เหมือนเครื่องมือทำงานทั่วไป ถ้าจะใช้ทุกวัน มันต้องไม่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยตั้งแต่ตอนเปิด

มองภาพรวม รอบนี้ Hermes กำลังไปทางไหน?

ผมมองว่า v0.12.0 เป็นอัปเดตที่บอกทิศทางของ Hermes ชัดมาก

Hermes ไม่ได้พยายามเป็นแค่ CLI Agent ธรรมดาแล้ว

แต่มันกำลังขยับไปเป็นระบบ Agent ที่มีองค์ประกอบหลายชั้น

มี memory มี skills มี curator มี gateway มี plugin มี provider หลายตัว มี dashboard มี integration กับเครื่องมือทำงานจริง มีระบบดูแลตัวเอง และมี self-improvement loop

พูดง่าย ๆ คือ มันเริ่มเข้าใกล้ภาพของ “AI Operating Layer” มากขึ้น

ไม่ใช่แค่ตัวช่วยถามตอบ แต่เป็นระบบที่ค่อย ๆ โตไปกับผู้ใช้

แล้วคนทั่วไปควรสนใจไหม?

ถ้าคุณใช้ AI แค่ถามตอบทั่วไป อัปเดตนี้อาจดูไกลตัว

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เริ่มใช้ AI Agent ทำงานจริง เช่น

เขียนโค้ด ทำ automation ทำ content workflow ทำ research ทำ dashboard ต่อ Discord / Telegram / Slack ใช้ local model ใช้หลาย provider สร้าง skill เอง ให้ Agent ทำงานข้ามเครื่องมือ

อัปเดตนี้น่าสนใจมาก

เพราะมันเริ่มแก้ปัญหาที่คนใช้ Agent จริงเจอ

ไม่ใช่แค่ “ทำงานได้ไหม” แต่คือ

ใช้ไปนาน ๆ แล้วยังเป็นระบบไหม skill รกไหม memory เพี้ยนไหม provider ต่อได้ครบไหม gateway เชื่อมกับงานจริงไหม เปิดใช้งานเร็วไหม และ Agent เริ่มดูแลตัวเองได้แค่ไหน

สรุปสั้น ๆ

Hermes Agent v0.12.0 รอบนี้น่าสนใจเพราะ

เพิ่ม Autonomous Curator ให้ Agent ช่วยจัดการ skill library เอง อัปเกรด self-improvement loop ให้จำและอัปเดต skill เป็นระบบขึ้น ดัน ComfyUI และ TouchDesigner-MCP มาเป็น built-in default เพิ่ม LM Studio เป็น provider แบบจริงจัง เพิ่ม provider ใหม่ เช่น GMI Cloud, Azure AI Foundry, MiniMax, Tencent Tokenhub Gateway เริ่มเป็น plugin host และมี Microsoft Teams เพิ่ม Spotify และ Google Meet integration มี hermes -z และ hermes update —check Dashboard จัดการ model ได้มากขึ้น TUI cold start เร็วขึ้นประมาณ 57%

รอบนี้ผมมองว่าไม่ใช่อัปเดตเล็กครับ

แต่มันเป็นอีกก้าวของ Hermes จาก “AI Agent ที่เราสั่งงาน”

ไปสู่

“AI Agent ที่เริ่มดูแลระบบความสามารถของตัวเองได้”

และนี่แหละคือทิศทางที่ผมว่าน่าจับตามากในปีนี้

ใครใช้ Hermes อยู่ ลองเช็กเวอร์ชันได้ด้วย

hermes version

เช็กอัปเดตก่อนดึงไฟล์

hermes update —check

อัปเดตจริง

hermes update

รอบนี้น่าเล่นครับ โดยเฉพาะคนที่ใช้ Agent แบบจริงจัง ไม่ใช่แค่ลองเล่น

#HermesAgent #AIAgent #VibeCoding #AIWorkflow #CodingAgent


📖 อ่านบทความเต็มบน Facebook | 🔔 ติดตาม SynapTech

แชร์:
อยากรับข่าวก่อนใคร?

รับข่าว AI และบทความใหม่ก่อนผู้อื่น ส่งตรงถึง inbox

ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้

กดติดตาม SynapTech บน Facebook
อ่านบน Facebook