🚨 Hermes Agent อัปเดตรอบนี้ เริ่มไม่ใช่แค่ “AI Agent อีกตัว”…
🚨 Hermes Agent อัปเดตรอบนี้ เริ่มไม่ใช่แค่ “AI Agent อีกตัว” แล้ว
แต่กำลังขยับไปเป็น agent ที่อยู่ได้หลายที่ คุยได้หลายช่องทาง จำงานได้ดีขึ้น สร้าง skill ได้ ใช้ tool ได้ ตั้งงานอัตโนมัติได้ และให้ subagent ไปทำงานเบื้องหลังได้ด้วย
รอบล่าสุดคือ Hermes Agent v0.17.0 หรือ v2026.6.19 ชื่อ release ว่า “The Reach Release”
ชื่อก็บอกตรง ๆ เลยครับ รอบนี้ Hermes ไม่ได้เน้นแค่ทำให้ตัว agent เก่งขึ้น แต่เน้นทำให้ agent “เอื้อมไปถึง workflow จริง” มากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมเรามอง Hermes เป็น agent สาย dev / terminal / automation ตอนนี้มันเริ่มกลายเป็นระบบ agent ที่อยู่ได้ทั้ง Desktop, CLI, Telegram, WhatsApp, iMessage, dashboard, MCP, skills, memory และระบบ automation
จุดใหญ่ที่สุดที่ผมว่าน่าจับตา คือ async subagents 🧠
เมื่อก่อนเวลาเราสั่ง agent ให้ทำงานยาว ๆ เช่น research, อ่านเอกสาร, ตรวจ repo, สร้าง feature, วิเคราะห์หลายไฟล์ หรือทำ multi-step task ตัว agent หลักมักจะต้องรอให้งานนั้นเสร็จก่อน
แต่ใน Hermes รอบนี้ มีการเพิ่ม background / async subagents ผ่าน delegate_task(background=true)
แปลบ้าน ๆ คือ เราสั่งให้ subagent ไปทำงานยาว ๆ เบื้องหลังได้ แล้ว agent หลักยังคุยต่อ ทำงานต่อ หรือรับคำสั่งใหม่ได้ พอ subagent ทำเสร็จ ผลลัพธ์จะกลับเข้ามาใน conversation เอง
นี่คือแนวคิดที่สำคัญมากสำหรับ AI Agent จริง ๆ เพราะงานจริงไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป
สมมติเราให้ agent ทำงานแบบนี้: ให้ตัวหลักคุยกับเราเรื่องแผนงาน ให้ subagent ตัวที่ 1 ไป research ข่าว ให้ subagent ตัวที่ 2 ไปอ่าน repo ให้ subagent ตัวที่ 3 ไปตรวจ issue แล้วค่อยเอาผลทั้งหมดกลับมารวมกัน
นี่แหละคือ workflow ของ agent ที่เริ่มเข้าใกล้การทำงานจริง ไม่ใช่แค่ chatbot ถามตอบทีละข้อความ
อีกจุดที่อัปเดตหนักมากคือ Hermes Desktop
รอบก่อน Hermes เริ่มมี desktop app แล้ว แต่รอบนี้ทีมเขาใส่ของที่ทำให้มันดูเป็น daily driver มากขึ้น เช่น keyboard shortcuts ที่ตั้งเองได้, native notifications, watch window สำหรับดู subagent ทำงาน, terminal pane, model selector, per-thread draft, theme จาก VS Code Marketplace และเปิด chat แยกหน้าต่างได้
แปลแบบคนใช้งานจริงคือ จากเดิมที่ต้องใช้ terminal เยอะ ๆ ตอนนี้ Hermes เริ่มมีหน้าตาที่คนทั่วไปจับต้องได้มากขึ้น
ถ้าคุณเป็น dev ก็ใช้ดู terminal / model / session / subagent ได้ ถ้าคุณเป็น automation builder ก็ใช้ dashboard จัดการ profile, skills, MCP, channel ได้ ถ้าคุณเป็นคนทำงาน content / research ก็ใช้ agent ให้ไปทำงานยาว ๆ แล้วกลับมาสรุปได้
รอบนี้ Hermes ยังเพิ่ม iMessage ผ่าน Photon Spectrum ด้วย
จุดนี้น่าสนใจเพราะไม่ต้องใช้ Mac relay หรือ BlueBubbles bridge แบบเดิม ทีมเขาวางให้ Hermes สามารถส่ง/รับ iMessage ผ่าน Photon ได้เลย หลัง login ด้วย device code
พูดง่าย ๆ คือ agent เริ่มเข้าไปอยู่ในช่องทางแชตที่คนใช้อยู่แล้ว ไม่ใช่บังคับให้เราต้องเปิด app agent อย่างเดียว
นอกจากนั้นยังมี Raft agent network
Hermes สามารถต่อเข้า Raft ในฐานะ gateway channel ได้ โดยใช้ wake-channel bridge แนวคิดคือ Raft สามารถปลุก Hermes ให้มารับงานหรือ handle message ได้ โดย payload ที่ใช้ปลุกจะเน้น metadata เช่น event ID / timestamp ไม่ใช่ส่งเนื้อหาข้อความเต็ม ๆ
มุมที่น่าสนใจคือ Hermes เริ่มไม่ได้อยู่ตัวเดียวโดด ๆ แล้ว แต่มันเริ่มเป็น agent ที่เชื่อมกับ network ของ agent ตัวอื่นได้
ฝั่ง messaging ก็อัปเกรดหลายอย่าง
WhatsApp เพิ่ม official WhatsApp Business Cloud API adapter แปลว่าไม่ต้องพึ่ง bridge แบบ QR scanning อย่างเดียวแล้ว ถ้ามี credential ฝั่ง Business API ก็ให้ Hermes คุยผ่านทาง official ของ Meta ได้
Telegram ก็ได้ rich text ผ่าน Bot API 10.1 ข้อความยาว ๆ / formatting / markup ดูดีขึ้น ไม่ใช่แค่ text แบน ๆ เหมือนเดิม
ตรงนี้สำคัญเพราะ agent ที่ดีไม่ได้อยู่แค่ในหน้า chat ของตัวเอง แต่ควรเข้าไปอยู่ใน workflow ที่คนใช้อยู่แล้ว เช่น Telegram, WhatsApp, Slack, Discord, Email หรือช่องทางอื่น ๆ
อีกฟีเจอร์ที่ผมชอบคือ Automation Blueprints
ปัญหาของ automation หลายตัวคือ พอจะตั้งงาน scheduled task ต้องจำ cron ต้องกรอก syntax เอง ต้องเข้าใจ parameter เยอะ ๆ
แต่ Automation Blueprints ทำให้เราตั้งงานแบบเลือก blueprint แล้ว Hermes ถามต่อว่าต้องการอะไร เช่น daily news briefing ตอน 8 โมง, backup รายวัน, report รายสัปดาห์ หรือ task ที่ต้องรันซ้ำ ๆ
พูดง่าย ๆ คือ เปลี่ยน automation จาก “เขียน config” เป็น “ตอบคำถามให้ agent ตั้งให้”
สำหรับคนทำงานจริง อันนี้สำคัญมาก เพราะ automation จะไม่แพร่หลายถ้าทุกคนต้องจำ cron เอง
ฝั่ง image generation ก็มีของใหม่เหมือนกัน
Hermes ไม่ได้แค่ generate รูปจาก prompt แล้ว แต่ image_generate รองรับ image-to-image / image editing ได้แล้ว เช่น เอารูปเดิมมาแก้สี ลบ background เปลี่ยน style หรือแปลง sketch เป็น render
อันนี้ทำให้ tool ของ Hermes เริ่มขยับจาก “สร้างของใหม่” ไปสู่ “แก้งานจริงจากไฟล์เดิม” ซึ่งใกล้กับ workflow ของ creator / designer / marketer มากกว่า
ฝั่ง coding model ก็มีของน่าสนใจ คือ Cursor’s Composer model ผ่าน xAI Grok subscription
ตัว grok-composer-2.5-fast ถูกเพิ่มเข้า model picker ของ xAI OAuth พร้อม context window 200k ทีมเขาบอกว่าเป็นโมเดลเร็วสาย coding ที่อยู่เบื้องหลัง Cursor Composer แล้วตอนนี้สามารถเอามาใช้ใน Hermes ผ่าน Grok subscription ได้โดยไม่ต้องแยก API key เพิ่ม
แปลบ้าน ๆ คือ ถ้าคุณมี Grok subscription ก็มีทางเอา Composer-style coding model มาใช้กับ agent loop ของ Hermes ได้ง่ายขึ้น
Dashboard ก็อัปเกรดหนักเหมือนกัน
รอบนี้มี full profile builder ใน dashboard เลือก model, เลือก skills, ต่อ MCP servers ได้จาก browser โดยไม่ต้อง hand-edit config.yaml เอง
นี่คือการลด friction สำคัญมาก เพราะ AI Agent หลายตัวเก่งจริง แต่ติดตรง setup ยาก คนที่ไม่ถนัด config ก็หลุดตั้งแต่วันแรก
ถ้าต่อไป agent setup ง่ายแบบ browser UI มากขึ้น คนที่ไม่ใช่ dev หนัก ๆ ก็จะเริ่มเอาไปใช้ได้จริงมากขึ้น
Skills Hub ก็โดนยกเครื่องใหม่
มี connected hubs, featured section, preview skill ก่อนติดตั้ง และ security scan ของแต่ละ skill ก่อน install
อันนี้สำคัญมาก เพราะ skill ใน agent ไม่ควรเป็นแค่ folder script ที่โยนเข้าไปมั่ว ๆ แต่ควรมีระบบ browse, preview, trusted source และตรวจความปลอดภัยระดับหนึ่ง
ในมุม AI Agent ผมมองว่า “skills” คือ procedural memory
ไม่ใช่แค่จำว่า user ชอบอะไร แต่จำวิธีทำงาน เช่น วิธีสรุปข่าว วิธีใช้ repo วิธี deploy วิธีเขียน report วิธีตรวจ bug แล้วเอากลับมาใช้ซ้ำได้
อีกส่วนที่ดูเล็กแต่สำคัญมากคือ memory tool upgrade
รอบนี้ memory tool รองรับ atomic batch operations แล้ว คือ add / replace / remove memory หลายรายการได้ใน operation เดียว และเช็กกับ character budget ตอนท้าย
พูดง่าย ๆ คือ agent สามารถจัด memory ใหม่ ลบของเก่า เพิ่มของใหม่ แก้ของเดิม ในจังหวะเดียวได้ ลดปัญหา memory overflow หรือแก้ memory ครึ่ง ๆ กลาง ๆ
นี่คือพื้นฐานของ agent ที่ใช้งานระยะยาว เพราะถ้า memory พัง agent ก็พังตาม
นอกจากนี้ยังมี secure dashboard login ทำให้ endpoint ที่ต้องใช้ token ตอบ 401 ถูกต้อง, websocket auth ใช้ dashboard token และมี warning เมื่อ public_url override ถูก reject
ตรงนี้อาจไม่หวือหวา แต่สำคัญสำหรับคนจะเอา Hermes ไปเปิดใช้บน network หรือใช้กับทีม เพราะ agent ที่มี dashboard / gateway / tool / memory ถ้า security หลวมคือเสี่ยงมาก
อีกอย่างที่น่าสนใจคือ curator cost optimization
skill curator ยัง prune stale skills ได้ แต่จะไม่รัน LLM-powered consolidation เป็น routine โดยอัตโนมัติแล้ว เว้นแต่เรา opt-in เอง
แปลบ้าน ๆ คือ งานจัดระเบียบ skill แบบพื้นฐานยังทำได้ แต่ไม่เผา token / aux-model cost กับงาน routine โดยไม่จำเป็น
จุดนี้สะท้อนว่า Hermes เริ่มคิดเรื่อง cost ของ agent ที่รันยาว ๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่ใส่ AI ทุกจุดแล้วปล่อยให้ค่าใช้จ่ายบาน
ถ้าสรุปแบบเป็นหมวด รอบนี้ Hermes อัปเดตหนักประมาณนี้:
-
ช่องทางใหม่ iMessage ผ่าน Photon, Raft agent network, WhatsApp Business Cloud API, Telegram rich text
-
Desktop app จริงจังขึ้น shortcut, notification, terminal pane, model selector, watch subagent, per-thread draft, theme จาก VS Code
-
Agent workflow เก่งขึ้น async subagents, background delegation, ผลลัพธ์กลับเข้า conversation เอง
-
Automation ใช้ง่ายขึ้น Automation Blueprints ตั้ง scheduled task แบบไม่ต้องจำ cron
-
Image tool เก่งขึ้น จาก generate อย่างเดียว เป็น edit / transform รูปเดิมได้
-
Dashboard ใช้งานจริงขึ้น สร้าง profile, เลือก model, เลือก skills, ต่อ MCP server จาก browser
-
Skills / Memory ดีขึ้น Skills Hub ใหม่, preview ก่อน install, security scan, memory batch operations
-
Security / cost ดีขึ้น dashboard login แข็งขึ้น, curator ไม่ใช้ aux-model cost กับงาน routine โดยไม่จำเป็น
มุมที่ผมมองว่าน่าสนใจจริง ๆ คือ Hermes กำลังเดินไปทาง “agent operating layer”
ไม่ใช่แค่ AI ที่ตอบคำถามได้ ไม่ใช่แค่ coding assistant ไม่ใช่แค่ chatbot ใน Telegram ไม่ใช่แค่ desktop app
แต่มันพยายามรวมหลายอย่างเข้าด้วยกัน: memory + skills + tools + scheduler + messaging gateway + desktop + dashboard + MCP + subagents
และนี่คือสิ่งที่ AI Agent ยุคต่อไปต้องมี
เพราะ agent ที่ใช้งานจริงไม่ได้เก่งเพราะโมเดลอย่างเดียว
มันต้องมี workflow ที่ดี มี memory ที่จัดการได้ มี tools ที่ต่อกับโลกจริง มี skills ที่ใช้ซ้ำได้ มีระบบกระจายงาน มี automation มี guardrails มี security และมีวิธีให้คนธรรมดา config ได้โดยไม่ต้องแก้ YAML ทั้งวัน
แต่ก็ต้องพูดตรง ๆ ว่า Hermes ยังไม่ใช่ของที่ทุกคนควรกระโดดใช้ทันที
ถ้าคุณต้องการแค่ chatbot ถามตอบทั่วไป หรือใช้ AI ช่วยเขียนงานเล็ก ๆ น้อย ๆ Hermes อาจดูใหญ่และซับซ้อนไป
แต่ถ้าคุณเป็น dev, automation builder, AI workflow nerd, คนทำ agent, คนทำ content pipeline, หรือทีมที่อยากลองให้ AI ทำงานข้าม channel / ข้าม tool / ข้าม session ได้ Hermes รอบนี้น่าจับตามาก
Use case ที่ผมคิดว่าเริ่มเอาไปต่อยอดได้จริง:
- ให้ Hermes เป็น research agent ที่รับงานจาก Telegram แล้วไปรันบน cloud VM
- ให้ subagent ไปอ่าน repo / issue / docs แล้ว agent หลักคุยกับเราต่อ
- ทำ daily briefing ด้วย Automation Blueprints โดยไม่ต้องเขียน cron เอง
- ใช้ dashboard สร้างหลาย profile เช่น research agent, coding agent, content agent
- ต่อ MCP server เพื่อให้ Hermes เข้าถึง tool เฉพาะงาน
- ใช้ memory + skills ให้ agent จำวิธีทำงานของทีม
- ใช้ Hermes Desktop เป็นศูนย์กลางคุม agent, terminal, model และ subagent
- ใช้ WhatsApp / Telegram / iMessage เป็นช่องทางคุยกับ agent ในชีวิตจริง
สรุปสั้น ๆ: Hermes Agent v0.17.0 ไม่ใช่อัปเดตที่ทำให้ agent “ฉลาดขึ้นนิดหน่อย”
แต่มันทำให้ Hermes “เข้าถึงงานจริงมากขึ้น”
จาก agent ที่อยู่ในเครื่อง → ไปอยู่ใน messaging จากคุยทีละงาน → ไปสู่ subagents เบื้องหลัง จากต้องแก้ config → ไปสู่ dashboard/profile builder จากจำข้อมูลเฉย ๆ → ไปสู่ memory/skills ที่ใช้งานต่อได้ จาก automation สำหรับ dev → ไปสู่ blueprint ที่คนทั่วไปตั้งค่าได้ง่ายขึ้น
ประโยคจำง่ายของรอบนี้คือ:
AI Agent ไม่ได้เก่งเพราะโมเดลอย่างเดียว แต่มันเก่งเพราะระบบรอบตัวมันดีพอให้ทำงานจริงได้
Hermes รอบนี้กำลังเดินไปทางนั้นชัดมาก
ติดตาม SynapTech AI ไว้ครับ เดี๋ยวผมจะค่อย ๆ แกะ AI Agent / Coding Agent / Dev Tools / Automation ที่ใช้จริงได้ มาเล่าแบบภาษาคนทำงานให้เรื่อย ๆ
#SynapTechAI #AIAgent #DevTools #Automation #CodingAgent
📖 อ่านบทความเต็มบน Facebook | 🔔 ติดตาม SynapTech
รับข่าว AI และบทความใหม่ก่อนผู้อื่น ส่งตรงถึง inbox
บทความแนะนำ
ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้
กดติดตาม SynapTech บน Facebook