Hermes Agent 0.18 มาแล้ว รอบนี้ไม่ใช่อัปเดตเล็ก ๆ
Hermes Agent 0.18 มาแล้ว รอบนี้ไม่ใช่อัปเดตเล็ก ๆ แต่มันคือรอบที่ทำให้ Hermes ดูเป็น “AI Agent Platform” มากกว่า CLI ธรรมดา
ชื่อ release คือ The Judgment Release ออกวันที่ 1 กรกฎาคม 2026
ตัวเลขรอบนี้โหดมาก ประมาณ 1,720 commits 998 PRs ถูก merge 2,215 ไฟล์ถูกแก้ ปิด issue ไป 949 รายการ และมี community contributors มากกว่า 370 คน
แต่ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ “อัปเดตเยอะ” ประเด็นคือ Hermes 0.18 เริ่มแก้โจทย์ใหญ่ของ AI Agent แล้วว่า…
Agent ทำงานเสร็จจริงไหม? มันมีหลักฐานไหม? มันเรียนรู้ workflow ของเราได้ไหม? มันจำอะไรเกี่ยวกับเราไปแล้วบ้าง? มันแตกงานหลายตัวพร้อมกันได้ไหม? แล้วถ้าเอาไปรันจริงบนเครื่องหรือ server จะนิ่งพอไหม?
รอบนี้มีของสำคัญหลายจุดมาก
- เคลียร์ P0/P1 จนเหลือศูนย์
ทีม Hermes บอกว่ารอบนี้โฟกัสเคลียร์ issue และ PR ระดับสูงสุดทั้ง repo P0 คือระดับ critical P1 คือระดับ high priority
ผลคือ release นี้เคลียร์หมด Zero open P0 Zero open P1
อันนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะ AI Agent ที่มี tool access, มี memory, มี gateway, มี browser, มี MCP, มี cron ถ้าฐานไม่แน่น ใช้จริงแล้วจะเหนื่อยมาก
รอบนี้เลยเหมือนเป็นการ “เก็บหนี้ระบบ” ครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ใส่ feature ใหม่ให้ดูหวือหวา
- MoA กลายเป็น model ให้เลือกได้เลย
Mixture-of-Agents หรือ MoA เดิมทีเหมือนเป็นโหมดพิเศษ แต่ใน Hermes 0.18 มันถูกยกขึ้นมาเป็น first-class model
พูดง่าย ๆ คือ เราสามารถเลือก MoA จาก model picker ได้เหมือนเลือกโมเดลทั่วไป
แนวคิดคือให้หลายโมเดลช่วยกันคิด แล้วมี aggregator รวมคำตอบสุดท้าย
เหมาะกับงานแบบนี้มาก:
วิเคราะห์ codebase ใหญ่ review architecture ทำ adversarial review ให้หลายโมเดลช่วยกันจับบั๊ก วางแผน project สรุป research ที่ต้องการความรอบคอบ เทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ
อันนี้น่าสนใจมากสำหรับสาย dev เพราะหลายครั้งโมเดลเดียวตอบมั่นใจ แต่พลาด การให้หลายโมเดลช่วยกันคิด แล้วมีตัวรวมคำตอบ อาจช่วยลด blind spot ได้
แต่ก็ต้องเข้าใจว่า MoA ไม่ได้แปลว่าถูก 100% มันแปลว่า “มีหลายมุมคิดมากขึ้น” ยังต้อง verify อยู่ดี
- Verification & Goals: Agent ต้องพิสูจน์ว่างานเสร็จ ไม่ใช่แค่บอกว่าเสร็จ
นี่คือหัวใจของ release นี้
ปัญหาใหญ่ของ AI Coding Agent ทุกวันนี้คือ มันชอบบอกว่า “แก้ให้แล้วครับ” แต่พอเราไปรันจริง…
test ไม่ผ่าน build แตก lint แดง ไฟล์ผิด logic พัง หรือแก้จุดหนึ่งแล้วไปพังอีกจุด
Hermes 0.18 เลยเพิ่มแนวคิดว่า “Done means proven, not claimed.”
แปลบ้าน ๆ คือ งานจะถือว่าเสร็จ ไม่ใช่เพราะ agent พูดว่าเสร็จ แต่มันต้องมีหลักฐาน
เช่น test ผ่าน build ผ่าน lint ผ่าน type check ผ่าน หรือผ่านเงื่อนไขที่เรากำหนดไว้ใน goal
ในรอบนี้ /goal เริ่มมี completion contracts
คือเราสามารถนิยามได้ว่า “งานนี้จะถือว่าเสร็จเมื่ออะไรเกิดขึ้น”
เช่น แก้ bug แล้ว test case ต้องผ่าน เพิ่ม feature แล้ว build ต้องไม่พัง refactor แล้ว behavior ต้องเหมือนเดิม แก้ API แล้ว contract ต้องยังถูก
นี่คือทิศทางที่ถูกมาก เพราะ AI Agent ที่ดีไม่ควรแค่ “ช่วยเขียน” แต่มันควร “ตรวจงานตัวเอง” ได้ด้วย
/learnทำให้ Hermes เรียน workflow ของเราได้
อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือคำสั่ง /learn
แนวคิดคือให้ Hermes สกัด workflow ที่เราทำบ่อย ๆ แล้วเปลี่ยนเป็น skill ที่เรียกใช้ซ้ำได้
ตัวอย่างเช่น
/learn วิธี review repo ก่อนเขียนโพสต์ /learn workflow ทำ ebook /learn ขั้นตอน deploy project นี้ /learn วิธีเช็ก bug ใน monorepo /learn ขั้นตอนทำ content จาก GitHub release
อันนี้สำคัญมาก เพราะอนาคตของ agent ไม่ใช่แค่ถามตอบทีละรอบ แต่คือ agent ที่ค่อย ๆ เข้าใจวิธีทำงานของเรา
ถ้าใช้ดี ๆ Hermes จะเริ่มกลายเป็น “ระบบช่วยทำงานประจำตัว” ไม่ใช่แค่ chatbot
แต่ก็มีข้อควรระวัง skill ที่เรียนจาก workflow ถ้าต้นทางมั่ว มันก็จำมั่วได้ ดังนั้นต้องคอยดู คอยแก้ และ prune สิ่งที่ไม่ถูกต้องด้วย
/journeyและ Memory Graph: เห็นว่า agent จำอะไรไปแล้ว
Memory เป็นเรื่องใหญ่ของ agent เพราะถ้ามันจำได้จริง มันจะช่วยงานเราเร็วขึ้นมาก แต่ถ้ามันจำผิด แล้วเราไม่เห็นว่ามันจำอะไรไว้ มันจะกลายเป็น black box ทันที
Hermes 0.18 เลยเพิ่ม /journey
เป็น timeline ให้ดู memories และ skills ที่ Hermes สะสมไว้
ฝั่ง Desktop ก็มี memory graph ให้ดูเป็น timeline/radial เห็นภาพมากขึ้นว่า agent เรียนรู้อะไรไปบ้าง
อันนี้ผมมองว่าเป็นฟีเจอร์ที่จำเป็นมาก เพราะ AI Agent ที่มี memory ต้องมีปุ่มให้มนุษย์เข้าไปดู แก้ และลบได้
จำได้อย่างเดียวไม่พอ ต้อง “ตรวจสอบความจำ” ได้ด้วย
- Desktop App เริ่มเป็น Coding Cockpit
Hermes Desktop รอบนี้ขยับชัดมาก จากแค่หน้าคุยกับ agent เริ่มกลายเป็น cockpit สำหรับ coding
มี first-class Projects มี project sidebar มี coding rail มี review pane มี git worktree management มี multi-terminal มี PR-style file diffs มี file preview editor มี timeline rail มี context usage popover มี subagent watch window มี composer pop-out มี auto-TTS
พูดง่าย ๆ คือ Hermes กำลังพยายามรวมหลายอย่างเข้าด้วยกัน:
chat code git terminal memory skills subagents review project context
ถ้าทำได้ดี มันจะไม่ใช่แค่คู่แข่งของ CLI agent แต่มันจะเริ่มชนกับแนว Cursor / Claude Code / OpenClaw ในบาง use case
โดยเฉพาะคนที่ทำงานหลาย repo หรือใช้ agent วิเคราะห์ codebase ยาว ๆ Desktop รอบนี้น่าลองมาก
- Background subagent fan-out: แตกงานหลายตัวพร้อมกัน
รอบนี้ delegate_task สามารถส่ง subagents หลายตัวไปทำงานพร้อมกันแบบ background ได้
แล้วค่อยรวมผลกลับมา
ตัวอย่างง่าย ๆ:
ตัวที่ 1 ดู frontend ตัวที่ 2 ดู backend ตัวที่ 3 ดู database/schema ตัวที่ 4 ดู security ตัวที่ 5 ดู docs แล้วรวมเป็น report เดียว
อันนี้เหมาะมากกับงาน audit, review, research, codebase analysis เพราะงานจริงบางอย่างไม่ควรให้ agent ตัวเดียวมองทุกมุม
แต่ข้อควรจำคือ subagent เยอะขึ้น = ใช้ token/เวลา/ค่าใช้จ่ายมากขึ้น ไม่ได้เหมาะกับทุกงาน
ใช้กับงานใหญ่จะคุ้ม แต่งานเล็ก ๆ ใช้ agent ตัวเดียวก็พอ
- Gateway ดีขึ้นสำหรับคนรันจริง
ฝั่ง Gateway รอบนี้มี scale-to-zero, idle detection และ drain coordination
แปลเป็นภาษาคนทำระบบคือ Hermes เริ่มคิดเรื่อง lifecycle ของ agent จริงจังขึ้น
เช่น เวลาระบบ idle ให้พักได้ เวลาจะ restart/update ต้องไม่ตัดงานกลางทาง เวลารันบน server ต้องคุม session ให้ดีขึ้น เวลามีหลายช่องทาง เช่น Telegram, Slack, Discord, WhatsApp ต้องนิ่งขึ้น
อันนี้เหมาะกับคนที่เอา Hermes ไปทำ bot ส่วนตัว agent ประจำทีม หรือรันบน VPS/เครื่องบ้าน
- เพิ่ม Google Vertex AI เป็น provider
Hermes 0.18 เพิ่ม Google Vertex AI เป็น first-class provider ใช้ Gemini ผ่าน Vertex ได้ โดยระบบจัดการ OAuth2 token จาก service account หรือ Application Default Credentials ให้
อันนี้ดีสำหรับสายองค์กรหรือคนที่อยู่บน Google Cloud อยู่แล้ว เพราะ Vertex ไม่ได้ใช้ static API key แบบง่าย ๆ token มีอายุสั้น ต้อง refresh
Hermes ทำส่วนนี้ให้เอง ทำให้เอา Gemini ผ่าน Vertex มาใช้ใน workflow ได้สะดวกขึ้น
- Security & Reliability รอบนี้อุดหลายจุด
รอบนี้มี security hardening หลายอย่าง เช่น MCP config persistence, cron base_url override, secret redaction, Slack token redaction, browser cloud metadata floor, aiohttp patch/floor และ scope ของ session/resume
พูดง่าย ๆ คือ พอ agent มีสิทธิ์เข้าถึงเครื่องเรา เครื่องมือเรา และ service เรา security จะไม่ใช่เรื่องรองอีกต่อไป
โดยเฉพาะคนที่ต่อ MCP, browser, cron, Slack, Telegram หรือ gateway ควรอ่าน release note รอบนี้ดี ๆ
Hermes เริ่มเข้าใจแล้วว่า AI Agent ไม่ใช่แค่โมเดลตอบเก่ง แต่มันคือ software ที่มี attack surface จริง
แล้วควรอัปเดตไหม?
ถ้าใช้ Hermes อยู่แล้ว ผมว่า “ควรอัปเดต” เพราะรอบนี้แก้ทั้ง stability, verification, memory, desktop, gateway และ security
แต่ถ้าใช้กับงาน production หรือมี workflow สำคัญ อย่าอัปแบบไม่ดูอะไรเลย
แนะนำก่อนอัปเดต:
เช็ก version ปัจจุบัน รัน doctor backup config ค่อย update แล้วเช็ก config หลังอัปเดต
คำสั่งหลัก:
hermes version hermes doctor hermes update hermes config check hermes config migrate hermes doctor
ถ้าใช้ gateway:
hermes gateway status hermes update hermes gateway restart hermes gateway status
สรุปแบบตรง ๆ
Hermes 0.18 คือรอบที่ทำให้ Hermes ดูโตขึ้นมาก
จากเดิมที่เป็น AI Agent เก่ง ๆ ตัวหนึ่ง ตอนนี้มันเริ่มกลายเป็น platform ที่มี:
memory skills verification MoA subagents desktop cockpit gateway provider ecosystem security hardening
ผมมองว่า keyword สำคัญของรอบนี้คือ “Agent ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่แค่มีคำตอบ”
เพราะอนาคตของ AI Agent ไม่ใช่แค่เขียนโค้ดให้เร็ว แต่ต้องทำงานเป็นระบบ ตรวจตัวเองได้ จำ workflow ได้ และให้มนุษย์เข้าไปควบคุมความจำกับผลลัพธ์ได้
ใครใช้ Hermes อยู่ รอบนี้น่าลองมาก โดยเฉพาะ 6 จุดนี้:
MoA model picker /goal completion contracts verification evidence /learn /journey Desktop Projects
แต่ถ้าคุณยังใหม่กับ Hermes ให้เข้าใจก่อนว่า Hermes ไม่ใช่ “โมเดล” มันคือ agent/tool
โมเดลคือสมอง เช่น Claude, GPT, Gemini, Qwen, DeepSeek
ส่วน Hermes คือระบบที่เอาโมเดลไปทำงานจริง เช่น อ่านไฟล์ แก้โค้ด รันคำสั่ง จำ workflow สร้าง skill และต่อ gateway
ดังนั้นความเก่งของมันไม่ได้มาจากโมเดลอย่างเดียว แต่มาจาก workflow, memory, tools และวิธี verify งานด้วย
คอมเมนต์แรกผมแปะแหล่งข้อมูลไว้ให้ครับ
#SynapTechAI #AIAgent #HermesAgent #DevTools #CodingAgent
📖 อ่านบทความเต็มบน Facebook | 🔔 ติดตาม SynapTech
รับข่าว AI และบทความใหม่ก่อนผู้อื่น ส่งตรงถึง inbox
บทความแนะนำ
ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้
กดติดตาม SynapTech บน Facebook